วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

SWOT ANALYSIS


SWOT ANALYSIS


จุดแข็ง strength
 
    - ความหลากหลายของสายพันธุ์มะม่วงที่ส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ พันธุ์น้ำดอกไม้ พันธุ์แรด พันธุ์พิมเสน
    - มะม่วงให้ผลผลิตทุกฤดูกาล
 
จุดอ่อน weakness
 
    - การจัดทำบรรจุภัณฑ์ให้มีความทนทาน สวยงาม และสร้างสรรค์ เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้า และส่งเสริมภาพลักษณ์ของสินค้ายังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
 
โอกาส opportunity
 
    - มะม่วงของไทยเป็นผลไม้ที่เป็นที่รู้จัก ต่างประเทศให้การยอมรับ ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด
    - มะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ พันธุ์แรด พันธุ์พิมเสน ไม่มีปลูกในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากสภาพอากาศและสภาพภูมิประเทศไม่เอื้ออำนวยต่อการปลูก
 
อุปสรรค threat 
 
    - ปัญหาภัยธรรมชาติ เช่น ภัยแล้ง และน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตมะม่วงได้รับความเสียหาย
    - ปัญหาความวุ่นวายเกี่ยวกับเอกสารทางการค้าในการส่งออกสินค้า

วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

สินค้าส่งออก

ขั้นตอนการส่งออกมะม่วงไปจำหน่ายในญี่ปุ่น


                มะม่วง นั้นเป็นไม้ผลที่มีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในประเทศไทย แต่ดูเหมือนว่า การส่งออกมะม่วงไทยไปขายยังตลาดต่างประเทศ รวมทั้งญี่ปุ่น ยังมีปริมาณน้อยเกินไป มะม่วง นอกจากจะเป็นผลไม้ที่ผลิตเพื่อ บริโภคในประเทศเป็นส่วนใหญ่แล้วนั้นยังเป็นผลไม้ที่มีศักยภาพในการส่งออกที่ สำคัญอันดับต้นๆของไทย ตลาดส่งออกมะม่วงที่สำคัญของไทยได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฮ่องกง ส่วนตลาดมะม่วงกระป๋องที่สำคัญของไทยจะอยู่ในแถบสหภาพยุโรป ออสเตรเลีย ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา โดยมีแนวโน้มการนำเข้าเพิ่มขึ้นทุกตลาด
                การส่งออกมะม่วงของไทยส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปผลสด แห้งและมะม่วงกระป๋อง  มูลค่าส่งออกมะม่วงละผลิตภัณฑ์รวมประมาณ 385 ล้านบาท  สำหรับ การส่งออกมะม่วงสดและแห้งของไทยยังมีปริมาณการส่งออกไม่แน่นอนเนื่อง จากปัญหาคุณภาพของผลผลิต ที่เกิดจากการขนส่ง การบรรจุภัณฑ์ และแมลงวันทอง ในขณะที่มะม่วงกระป๋องมีปริมาณการส่งออกที่ค่อนข้างจะแน่นอนและมีแนวโน้มการ ส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

                ที่ผ่านมาไทยสามารถส่งออกมะม่วงไปจำหน่ายในญี่ปุ่นไม่ต้องเสียภาษี แต่ภายหลังการประกาศใช้ JTEPA ผู้ส่งออกต้องยุ่งยากและเสียเวลาในการจัดเตรียมเอกสารฟอร์ม A เพื่อ ขออนุญาตนำเข้ามะม่วง และบางครั้งลูกค้าเปลี่ยนใจต้องการสั่งซื้อสินค้าเพิ่ม บริษัทต้องปฏิเสธไปอย่างน่าเสียดายเพราะไม่สามารถยื่นขอเอกสารฟอร์ม A ตามระเบียบ JTEPA ได้ทันเวลา ทำให้ JTEPA กลายเป็น ปัญหาปิดโอกาสทางการขายแทน จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เร่งปรับปรุงระบบเอกสาร JTEPA ให้มีความยืดหยุ่นเพื่อเปิดโอกาสทางการค้ามากขึ้นในอนาคต

ข้อกำหนดเฉพาะสำหรับการนำเข้ามะม่วงสด
การส่งออกมะม่วงไปญี่ปุ่นจะส่งออกได้เฉพาะมะม่วงสดพันธุ์หนังกลางวัน (งาช้าง) น้ำดอกไม้ แรด และพิมเสน โดยมีวิธีการกำจัดศัตรูพืชดังนี้ 
  • มะม่วง พันธุ์หนังกลางวันต้องถูกกำจัดแมลงวันผลไม้โดยเครื่องอบไอน้ำด้วย การใช้อากาศร้อนที่อิ่มตัวด้วยไอน้ำเพิ่มอุณหภูมิภายในสุดผลให้คงอยู่เป็น เวลานาน 10 นาที ที่อุณหภูมิ 46.5 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่า หรือการใช้อากาศร้อนที่อิ่มตัวด้วยไอน้ำเพิ่มอุณหภูมิภายในสุดผลให้คงอยู่ เป็นเวลานาน 20 นาที ที่อุณหภูมิ 47 องศาเซลเซียส หลังจากที่เพิ่มอุณหภูมิผลขึ้นอย่างช้าๆ จนกระทั่งถึง 43 องศาเซลเซียส ด้วยอากาศร้อนที่มีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ
  • มะม่วง พันธุ์น้ำดอกไม้ แรด และพิมเสน ต้องถูกกำจัดแมลงวันผลไม้โดยเครื่องอบไอน้ำด้วยการใช้อากาศร้อนที่อิ่มตัว ด้วยไอน้ำเพิ่มอุณหภูมิภายในสุดผลให้คงอยู่เป็นเวลานาน 20 นาที่ ที่อุณหภูมิ 47 องศาเซลเซียส หลังจากที่เพิ่มอุณหภูมิผลขึ้นอย่างช้าๆ จนกระทั่งถึง 43 องศาเซลเซียส ด้วยอากาศร้อนที่มีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ

                การดำเนินการอื่นๆ เช่น คุณสมบัติของเครื่องกำจัดแมลงวันผลไม้การบรรจุและสถานที่บรรจุหีบห่อ การตรวจสินค้านำเข้า ฯลฯ ต้องเป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับด้านกักกันพืชสำหรับมะม่วงสดที่ปลูกใน ประเทศไทย ก่อนส่งออกมะม่วงไปยังญี่ปุ่นดังกล่าวข้างต้น   ต้องใช้วิธีกำจัดแมลงวันด้วยความร้อน  กรรมวิธีอบไอน้ำปรับสภาพความชื้นสัมพัทธ์ (modified  vapor  heat  treatment, MVHT)  เพื่อกำจัดไข่และตัวหนอนของแมลงวันผลไม้ 2 ชนิดได้แก่   oriental  fruit  fly,  Bactrocera dorsalis  (Hendel)   และ Melon  fly,  B. cucurbitae  (Coquillett)   ที่อุณหภูมิผิวเมล็ดสูงถึง  47  องศาเซลเซียส  นาน  20 นาที  โดยในช่วงแรกของการเพิ่มอุณหภูมิผล มะม่วงถึง 43  องศาเซลเซียส   อากาศร้อนต้องมีความชื้นสัมพัทธ์ระหว่าง  50 -80  เปอร์เซ็นต์  และช่วงหลังจากผลมะม่วงอุณหภูมิ  43  องศาเซลเซียส   อากาศร้อนต้องอยู่สภาพที่อิ่มตัวด้วยความร้อน  ความชื้นสัมพัทธ์มากกว่า 95% หลังจากจากสิ้นสุดการให้ความร้อนแล้วต้องลดอุณหภูมิผลมะม่วงโดยเป่าด้วยลมหรือฉีดพ่นด้วยน้ำ  
                การกำจัดแมลงวันผลไม้มะม่วงก่อนส่งออกด้วยกรรมวิธีอบไอน้ำ  ปรับสภาพความชื้นสัมพัทธ์ สามารถดำเนินการได้โดยนำมะม่วงไปทำการอบได้ที่ อาคารศูนย์พัฒนาการผลิตและควบคุมศัตรูผักผลไม้เพื่อการส่งออกกองปป้องกันและ กำจัดศัตรูพืช   กรมส่งเสริมการเกษตร   กรุงเทพฯ

การบรรจุหีบห่อและการคัดเลือกมะม่วง
               ทำการคัดเลือกมะม่วงโดยใช้ระดับความสุกและน้ำหนักผล   ความสะอาด   และตำหนิ   เป็นเกณฑ์เพื่อให้เกิดความสะดวกและความสม่ำเสมอของการจัดเรียงเสมอในบรรจุ ภัณฑ์   และเป็นไปตามมาตรฐานมะม่วงขนาดมะม่วงสำหรับแปรรูป   มักใช้มะม่วงที่มีน้ำหนักผลอยู่ระหว่าง  170 - 350  กรัม   หรือ  3 - 6  ผลต่อกิโลกรัม   ผลมะม่วงต้องสะอาดไม่มีสิ่งปนเปื้อน   เช่น   น้ำมันโซล่า   น้ำมันเครื่อง   ดิน   หิน   กรวด   ทราย

คุณลักษณะของภาชนะบรรจุมะม่วงเพื่อการส่งออก
                ขนาดของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้  ต้องเหมาะสมกับความต้องการของตลาด    มิติของบรรจุภัณฑ์ต้องเหมาะสมกับ สภาพการขนส่ง  โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้กับเพลเลท ขนาดบรรจุที่นิยมใช้มีตั้งแต่  2-15 กิโลกรัม บรรจุภัณฑ์ต้องให้การปกป้องผลผลิตไม่ให้เกิดการเสียหาย ทั้งกายภาพและเชิงกล   มีความแข็งแรง และมีความทนทานต่อการขนส่ง สามารถรองรับน้ำหนักของมะม่วง และการวางซ้อนเรียงในขณะทำการขนย้าย จากต้นทางไปปลายทางได้ 
                กรณีของกล่องกระดาษลูกฟูก  ความแข็งแรงของกล่องขึ้นกับชนิดของแป้งทำกาวและกระดาษลูกฟูกที่ใช้ในกระบวน การผลิตกล่อง    ชนิดกระดาษทำกล่องมะม่วงควรใช้กระดาษที่มีน้ำหนัก   กระดาษสำหรับทำผิวชั้น นอก  200 กรัมต่อตารางเมตร   และกระดาษทำผิวชั้นใน 230 กรัมต่อตารางเมตร    ส่วนกระดาษทำลอน ลูกฟูกควรอยู่ระหว่าง 125 - 160 กรัมต่อตารางเมตร
                บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ต้องไม่ทำให้มะม่วงเสื่อมคุณภาพ  หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีภาพ ที่ทำให้มะม่วงมีคุณลักษณะผิดไปจากธรรมชาติ  จึงต้องมีระบบการระบายอากาศที่ดีพอที่จะไม่ทำให้มะม่วงเกิดการหายใจแบบขาดออกซิเจน
                บรรจุภัณฑ์ต้องสามารถทนความชื้นสูงได้ ในกรณีที่ต้องเก็บมะม่วงในสภาพที่มีความชื้นสูง บรรจุภัณฑ์ที่ใช้จึงต้อง สะอาด   ปราศจากกลิ่นและวัตถุแปลกปลอม วัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนหมึกพิมพ์หรือกาว   ต้องไม่ก่อให้เกิดมลภาวะและอันตรายต่อผู้บริโภค บรรจุ ภัณฑ์ที่สวยงามสามารถ ส่งเสริมการขายได้บรรจุภัณฑ์ต้องสามารถทำลายได้ง่าย หรือสามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ใหม่ได้   เพื่อไม่ก่อให้เกิดมลภาวะและ/หรือเพิ่มต้นทุนค่าใช้จ่ายในการทำลาย 

การส่งออกมะม่วง ใช้เอกสาร ดังนี้

                • ใบรับรองปลอดศัตรูพืชจากกรมวิชาการเกษตร
                • ใบรับรับรองสารตกค้างจากกรมวิชาการเกษตร กรณีส่งออกไปยังประเทศ สิงค์โปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น สาธาณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง สหภาพยุโรป และสหรํฐอเมริกา (ดูวิธีการขอใบรับรอง)
                • หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (ฟอร์ม E) กรณีส่งออกไปสาธารณรัฐประชาชนจีน จากกรมการค้าต่างประเทศ ประกอบการขอใช้สสิทธิลดภาษีนำเข้า  


ที่มา ; http://ethaitrade.com/2008/export-watch/export-mango-to-japan/

วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การตลาดและการค้าระหว่างประเทศ


ความแตกต่าง
การตลาดระหว่างประเทศ กับ การค้าระหว่างประเทศ

การตลาดระหว่างประเทศ 
(International Marketing)
   ได้มีผู้ให้คำจำกัดความเกี่ยวกับการตลาดระหว่างประเทศในหลายๆ คำจำกัดความดังต่อไปนี้
     สมาคม การตลาดแห่งสหรัฐอเมริกา (American Marketing Association: AMA) ได้ให้คำจำกัดความของการตลาดต่างประเทศ (International Marketing) ไว้ว่า การตลาดระหว่างประเทศเป็นกระบวนการวางแผน กระบวนการจัดแนวความคิด การตั้งราคา การจัดช่องทางการจัดจำหน่าย การส่งเสริมทางการตลาดเพื่อให้สินค้าและบริการสามารถตอบสนองความต้องการของ บุคคลหรือองค์กรที่อยู่ในนานาประเทศ (Multinational)
     ดัง นั้น การตลาดระหว่างประเทศ คือ การทำธุรกิจค้าขายอันเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและนำเสนอคุณค่าที่อยู่ในรูป ของสินค้าและบริการให้กับลูกค้าข้ามพรมแดนทางรัฐศาสตร์จากประเทศหนึ่งสู่ ตลาดระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อการหาตลาดใหม่ เพื่อแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดหรือเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่อยู่ใน ตลาดระหว่างประเทศ โดยจุดมุ่งหมายที่แท้จริงคือ ธุรกิจต้องการรายได้ที่เป็นเงินจากลูกค้าในตลาดระหว่างประเทศ

การค้าระหว่างประเทศ      
     
     การค้าระหว่างประเทศ หมายถึง การแลกเปลี่ยนสินค้า และการบริการระหว่างประเทศ ประเทศใดที่จะพยายามผลิตสินค้าและบริการทุกประเภทโดยไม่มีการนำเข้าหรือส่งออก
     ประเทศนั้นจะพัฒนาได้ช้า และมาตรฐานการครองชีพของประชาชนจะต่ำ ถ้าพิจารณาในแง่ของบุคคลจะช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น กล่าวคือ ถ้าบุคคลพยายามปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกผลไม้ เลี้ยงสัตว์ไว้บริโภคเอง ฟอกหนังสัตว์และเย็บรองเท้าไว้ใช้เอง ปลูกฝ้าย ทอผ้า  เย็บเสื้อผ้าเอง มาตรฐานการครองชีพของประชาชนนั้นจะต่ำมาก เพราะแต่ละประเทศมีทรัพยากร ความชำนาญแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นระดับบุคคลหรือประเทศ

แหล่งข้อมูล
 
    - http://nuttapong-nuttapong.blogspot.com/2009/12/blog-post_9341.html
    - http://webboard.royalmarine.co.th/index.php?page=view&wb_id=6

ประเทศเยอรมัน

เยอรมัน


     สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีหรือเรียกสั้นๆว่าเยอรมันหรือเยอรมนี ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป ล้อมรอบด้วยประเทศเพื่อนบ้านถึง 9 ประเทศคือเดนมาร์กอยู่ทางเหนือเนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ลักเซมเบิร์กและฝรั่งเศสอยู่ทางตะวันตกสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรียอยู่ทางใต้สาธารณรัฐเชคและโปแลนด์อยู่ทางตะวันออกนับเป็นประเทศยุโรปที่มีจำนวนเพื่อนบ้านมากที่สุด
     นับตั้งแต่มีการรวมประเทศในปี ค.ศ. 1990 เยอรมันกลายเป็นประเทศสำคัญที่ไม่เพียงแต่เป็นตัวเชื่อมยุโรปตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน แต่ยังเชื่อมประเทศทางตอนเหนือ คือ กลุ่มสแกนดิเนเวียกับกลุ่มประเทศทางตอนใต้ ซึ่งอยู่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอีกด้วยเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป เยอรมันจึงเป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างประเทศในยุโรปตอนกลางและยุโรปตะวันออก ยิ่งกว่านั้นการที่มีที่ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป ยังทำให้เยอรมันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการท่องเที่ยวแถบนี้

แหล่งข้อมูลที่นำมา

    - http://gotoknow.org/blog/rainalone/372381
    - http://th.wikipedia.org/
    - http://www.dhammathai.org/

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

คูณสมบัติของพนักงานขายที่ดี

 พนักงานขายที่ดี..ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร

           
                   พนักงานขายนั้นทำงานยากกว่าพนักงานออฟฟิศหลายเท่า ต้องใช้ความสามารถ ใช้ความอดทน ใช้ทักษะมากกว่าหลายเท่าที่จะขายสินค้า ที่จะเป็นคนหารายได้โดยตรงเข้าบริษัท เพื่อเอามาจ่ายเป็นเงินเดือนให้พนักงานคนอื่นๆ ด้วยเป็นงานที่ต้องรับกับอารมณ์หลากหลายของลูกค้า โดยที่ต้อง
  • ควบคุมอารมณ์ของตัวเอง
  • ต้องยิ้มแย้ม
  • ต้องอดทนเป็นฝ่ายยอมให้กับลูกค้า 
  • ต้องมุ่งมั่นเพื่อที่จะขายของให้ได้
  • ต้องข่มใจยอมรับกับความผิดหวังกับการถูกปฏิเสธ 
  •  ต้องรับความกดดันอยู่ทุกเมื่อ

                  ทำไมจึงไม่มองและพิจารณากันในมุมกลับบ้าง เลิกคิดแบบเก่าๆ หันมาให้ค่าตอบแทนกันตามลักษณะความยากง่ายของงานแทน ตามคุณสมบัติของคนทำงานแต่ละคนแทน เอาระดับความรู้เป็นเพียงส่วนประกอบ ไม่ใช่หลักใหญ่ คนจบแค่ไม่ถึงปริญญาตรีอาจมีความสามารถในการขาย ในการหาเงินเข้าบริษัทได้เก่งกว่าคนที่จบระดับด็อกเตอร์ก็ได้ 


ความสามารถในการขายนั้นอยู่ที่...........
1.อยู่ที่วิธีการพูด  วิธีการนำเสนอ  การแสดงออก  นำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า
2. อยู่ที่จิตวิทยาในการอ่านความต้องการของลูกค้า
3. อยู่ที่ศิลปะในการโน้มน้าว
4. อยู่ที่ความมุ่งมั่น
5. อยู่ที่ใจรักในงาน
6. อยู่ที่ความอดทน
7. อยู่ที่ความซื่อสัตย์
8. อยู่ที่การรู้จักเอาใจคน ทำให้ผู้ซื้อสินค้าพึงพอใจ


ที่มา ; www.tienscnx.com/index.php?mo=3&art=29889